เนื่อง จาก1911 หรือ 11มม.ที่ใช้กันมาตั้งแต่สมันสงครามโลก ครบ100ปีเลยซื้อมาสนองกิเลสดูซะหน่อย มาดูกันดีกว่ากว่าตัวนี้มีอะไรดี เพิ่มมาจากแต่ก่อน
-กล่องพลาสติก...เมื่อก่อนปืนรุ่นนี้ใส่กล่องกระดาษมาครับ
-เปิด มาปุ๊กเจอปืนกับแม็ก..แล้วก็จะมีไม้แยงลูกมาให้ด้วยใต้โฟม งานดุเรียบร้อยไหม? ตัวนี้ผมคัดมาจากร้านครับ ตัวนึงบอดี้บนเป็นรอย ตัวนึงบอดี้ล่างเป็นรอยเลยเอามาผสมกัน ได้งานสวยงามดังภาพ สีขาวเงินๆนั่นคือริ้วรอยจากการยิง สีของตัวปืนเป็นสีเทาๆออกน้ำตาลเหมือนจริงมาก
ในตอนแรกนั้นสไลด์ยิงตัวอักษรสีขาวมาครับ แต่ผมลบออกด้วยอลูมิเนี่ยมแบล๊ก ใครไม่ชอบมาร์กกิ้งปืนขาวๆลองเอาตัวนี้ลบออกดูครับ
- ตัวปืนฟิตติ้งมาดีกว่า EG723ครับ สไลด์ไม่สั่นคลอน ศูนย์หลังเป้นชิ้นเดียวกับสไลด์ไม่ต้องกลัวตกหาย(ขออภัยไม่มีรูปส่วนนี้)
-ตัว แม็กปากแม็กเป็นพลาสติกครับเวลาปล่อยที่ดันลูกต้องค่อยๆปล่อย(แต่ดูแล้วปาก แม็กเป็นพลาสติกยืดหยุ่นแข็งแรงดีมาก) ข้อเสียของตัวแม็กคือยางโอริงแม็กไม่ค่อยดียิงไม่กี่ทีปลิ้นเลย เปลี่ยนใหม่หายขาดครับ
-กริ๊ปมือเป็นแบบดั้งเดิม ทำด้วยพลาสติกสากๆสีน้ำตาลด้านในถ่วงตะกั่วทำให้ปืนดูมีน้ำหนักมากครับ สังเกตุรูปด่านล่างว่ามันลอกมารุอิมาทั้งดุ้น มีมาร์กกิ้งมารุอิเฉยเลย
-มา ดูด้านในกันบ้าง จะียางรองตรงส่วนของสปริงรีคอยเพื่อไม่ให้ปืนกระแทกบูชปากลำกล้องหนักๆ ทำออกมาดีครับ ตัวฮอปก็ทำออกมาแน่นหนายิงแล้วฮอปไม่เลื่อนง่ายๆส่งผลให้แม่นเอามากๆ
สรุป1911Tercel กระบอกนี้เป็นปืนดีอีกกระับอกที่น่ามีไว้สะสมหรือยิงเล่นครับ สนนราคาก็ไม่แพงพอจับต้องกันได้สำหรับตลาดปืนจีน หากคุณรัก1911a1แต่มีงบไม่มากก็สมควรมีเก็บไว้ครับ
-0ข้อมูลจากของปืนจริงเพิ่มเติม
เครดิต : http://www.gungold.com/forums/index.php?topic=2139.0
Colt Model 1911 A1
ใน ปีค.ศ. 1920 เบราว์นิ่งได้ทำการปรับปรับโมเดล 1911 ในบางจุดเพื่อให้ตัวปืนสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเรียกปืนรุ่นที่ปรับปรุงใหม่นี้ว่า โมเดล 1911 เอ1 หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการปรับปรุงใดๆอีกเลยจนกระทั่งปลดประจำการ จุดที่แก้ไขปรับปรุงเป็นจุดที่มักจะก่อให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ทั่วไปซึ่งพบ หลังจากที่ผ่านการใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่ได้จากสนามรบ
นับจากปีค.ศ. 1920 ที่มีการพัฒนาโมเดล 1911 มาเป็นโมเดล 1911เอ1 เป็นต้นมาจนกระทั่งปลดประจำการปืนกระบอกนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆทั้ง สิ้น โดยเฉพาะในด้านรูปลักษณ์ และระบบปฏิบัติการของปืน ยกเว้นในเรื่องของชิ้นส่วนประกอบที่มีการพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ใน ปีค.ศ. 1924 เอ็ม 1911 จำนวนหนึ่งที่ถูกส่งกลับมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้รับการพัฒนาในบางจุดเพื่อให้กลายเป็นเอ็ม 1911เอ1 ติดต่อกันทุกปีตั้งแต่ค.ศ. 1937 จนกระทั่งสงครามสิ้นสุดลงในปีค.ศ. 1954 ในส่วนของ เอ็ม 1911เอ1 ที่ผลิตออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์นั้นยุติสายการผลิตลงในปี ค.ศ. 1942 จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงจึงเริ่มทำการผลิตต่อ
โค้ลท์ โมเดล 1911เอ1 ที่ผลิตโดยบริษัทโค้ลท์เพื่อป้อนให้แก่กองทัพสหรัฐฯประทับคำว่า “COLT’S PT. FA. MFG.CO.” เหนือคำว่า “HARTFORD, CT. U.S.A.” ไว้ที่ด้านซ้ายของสไลด์ด้านหลังหมายเลขสิทธิบัตร และมีรูปลูกม้าผงาด หรือแรมพันท์โค้ลท์ประทับอยู่ที่ด้านหลังร่องกันลื่นท้ายสไลด์ มีคำว่า “UNITED STATE PROPERTY” อยู่ที่โครงปืนด้านซ้ายบริเวณหน้าโกร่งไก และมีคำว่า “MODEL OF 1911 U.S. ARMY” หรือ “NAVY” อยู่ด้านขวาของสไลด์ นอกจากนี้ปืนที่ใช้ในกองทัพก็ยังมีเครื่องหมายของผู้ตรวจสอบของรัฐบาลสหรัฐฯ ประทับไว้ด้วย
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลสหรัฐฯก็ได้เกณฑ์บริษัทผู้ผลิตอาวุธปืนให้ช่วยกันผลิต เอ็ม1911เอ1 ให้เพียงพอกับความต้องการของกองทัพที่ต้องการเป้นจำนวนมากนอกเหนือไปจากบริ ษัทโค้ลท์ แล้วก็ยังมีบริษัท อิธาก้า, เรมิงตันแรนด์, ยูเนี่ยน สวิทช์ แอนด์ ซิกนั่ลและซิงเกอร์ มียอดการผลิตออกมาเพื่อใช้ในกองทัพสหรัฐฯประมาณ 2,695,212 กระบอก ซึ่งไม่ได้ใช้เฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เท่านั้น หากแต่ยังถูกนำไปใช้ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียดนามอีกด้วย จนอาจกล่าวได้ว่าทุกแห่งที่มีความขัดแย้งและสหรัฐฯ มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องมีโค้ลท์ เอ็ม1911เอ1 เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอ
ที่มา: นิตรสาร 1911 NEVER DIE